ads

สเปอร์สรักวีเออาร์ หั่นเรือสุดมันส์ ภาพช้าช่วยลิ่วเข้ารอบ กอดคอลิเวอร์พูล

0
81

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ศึกสายเลือดของ 2 ทีมจากอังกฤษ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ นัดแรกสเปอร์สชนะมาก่อน 1-0

เริ่มเกมมาเพียง 4 นาที เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลไปทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษให้ ราฮีม สเตอร์ลิง แต่งแล้วยิงเสียบเสาสองสวยงาม แมนฯซิตี้นำก่อน 1-0

ads

นาที 7 เดเล อัลลี พยายามจะจ่ายทะลุช่องให้เพื่อนแล้วติดกองหลังแมนฯซิตี้ บอลเป็นใจกระดอนเข้าทาง ซน ฮึง-มิน ยิงผ่านการเซฟของนายทวารเข้าไป สเปอร์สตีเสมอ 1-1

นาที 10 คริสเตียน อีริกเซน จ่ายบอลไปที่ ซน ฮึง-มิน จับได้ในเขตโทษแล้วกดเสียบตาข่ายเด็ดขาด กลายเป็นทีมเยือนแซงนำ 2-1

นาที 11 เซร์คิโอ อเกโร โชว์วิสัยทัศน์ออกบอลไปฝั่งขวาอย่างสวยงามให้ แบร์นาร์โด ซิลวา จับได้ในเขตโทษแล้วยิงเร็วแฉลบขา แดนนี โรส กระดอนเข้าไป เนื่องจากทำเอานายทวารเสียจังหวะพุ่งไปผิดทางด้วย แมนฯซิตี้ตีเสมอ 2-2

นาที 21 เควิน เดอ บรอยน์ เปิดเรียดจากฝั่งขวาทะลุยาวไปถึงเสาสอง ราฮีม สเตอร์ลิง โฉบมายิงมุมแคบเสียบตาข่าย แมนฯซิตี้พลิกนำ 3-2 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาที 59 เควิน เดอ บรอยน์ แผลงเดชอีกครั้งลุยผ่านกองหลังมาได้ ก่อนดีดต่อให้ เซร์คิโอ อเกโร หลุดเข้าทางกรอบเขตโทษด้านขวา แล้วตะบันตุงตาข่ายอย่างเฉียบคม เจ้าถิ่นนำห่าง 4-2

นาที 73 สเปอร์สได้เตะมุมฝั่งซ้าย คริสเตียน อีริกเซน เปิดเข้ามาโดนตัว เฟร์นานโด ยอเรนเต เปลี่ยนทางสู่ก้นตาข่าย ซึ่งผู้ตัดสินขอดูภาพวีเออาร์เนื่องจากอาจมีการโดนแขนยอเรนเตด้วย แต่สุดท้ายยืนยันให้เป็นประตู “ไก่เดือยทอง” จึงไล่มาเป็น 3-4 แต่กำลังจะเข้ารอบด้วยสกอร์รวม

นาที 90+4 สเปอร์สจ่ายบอลพลาดโดนนักเตะแมนฯซิตี้ยกขาดักได้แล้วกระดอนลอยให้ เซร์คิโอ อเกโร หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนบรรจงจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไป แต่ผู้ตัดสินขอดูวีเออาร์แล้วมองว่าจังหวะเล่นของอเกโรถือเป็นลูกล้ำหน้า จึงไม่ให้ประตูเจ้าถิ่น

จบเกมแมนฯซิตี้จึงชนะไป 4-3 ทำให้สกอร์รวมเสมอกัน 4-4 แต่สเปอร์สเข้ารอบรองชนะเลิศตามกฎประตูทีมเยือน โดยจะไปเจออาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จากเนเธอร์แลนด์ ขณะที่แมนฯซิตี้ต้องจบเส้นทางลุ้นกวาดครบ 4 แชมป์ฤดูกาลนี้


ส่วนอีกคู่ ปอร์โต จากโปรตุเกส พ่ายคารังต่อ “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ 1-4 ทีมเยือนได้จาก ซาดิโอ มาเน นาที 26, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นาที 65, โรแบร์โต ฟีร์มิโน นาที 77, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ นาที 84 ส่วนเจ้าถิ่นได้จาก เอแดร์ มิลิเตา นาที 69

รวมผล 2 นัด ลิเวอร์พูลจึงชนะไปแบบขาดลอย 6-1 เข้ารอบตัดเชือกไปเจอกับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา จากสเปน

สำหรับรอบรองชนะเลิศนัดแรกจะเตะกันวันที่ 30 เม.ย. และ 1 พ.ค. ส่วนนัดสองเตะวันที่ 7-8 พ.ค.

ads

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here