หนุ่มอินเดียลอบเข้าแม่สายจ่อมากรุง พบคนไทยจ่ายหัวละหมื่นแลกข้ามแดน

0
4432

หนุ่มอินเดียลอบเข้าแม่สายจ่อมากรุง พบคนไทยจ่ายหัวละหมื่นแลกข้ามแดน

หนุ่มอินเดีย ลอบเดินข้ามแม่น้ำจากฝั่งท่าขี้เหล็กเข้าแม่สาย หวังมุ่งหน้าสู่ กทม. เจ้าหน้าที่สกัดจับได้ทันควัน ผงะ เจออีก 4 คนไทยจ่ายหัวละหมื่นแลกข้ามแดน

วันที่ 21 พ.ค.2564 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อมด้วย พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ร่วมกับปกครอง ตำรวจ และทหาร ออกตรวจตราตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าออกเมืองอย่างต่อเนื่อง

หลังจากเมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบคนไทย 4 คน เดินอยู่บนถนนทางขึ้นวัดถ้ำผาจม ม.1 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ติดชายแดนไทย-เมียนมา อย่างมีพิรุธ จึงเข้าตรวจสอบพบชื่อ น.ส.ทาลิธา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี, น.ส.กนกพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี, นายนัทที (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี และ นายสมใจ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี

เมื่อสอบถามทั้ง 4 คน ก็สารภาพว่า เพิ่งเดินทางมาจากเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ด้วยการเดินข้ามลำน้ำสายในฝั่งเมียนมามาแล้วเดินไปตามแนวสันเขาเข้าสู่ประเทศไทย หลังจากก่อนหน้านี้ได้ลักลอบข้ามไปฝั่งประเทศเมียนมาเพื่อหางานทำและเยี่ยมญาติ และเมื่อจะเดินทางกลับได้เสียค่าจ้างให้คนนำพาหัวละ 10,000-13,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ ข้อหาว่าเป็นบุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไม่เดินทางเข้ามาตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่และตามกำหนดเวลาฯ

ข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และ ข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 (คำสั่ง จ.เชียงรายที่ 1380/2563) จากนั้น ควบคุมตัวดำเนินคดีและกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ วันเดียวกันขณะเจ้าหน้าที่เฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามหลังวัดถ้ำผาจมใกล้กับจุดเดิม ก็ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย 1 คน ท่าทางมีพิรุธ จึงเข้าไปตรวจสอบพบไม่ใช่คนไทย ทราบชื่อคือ นายซออะแว อู อายุ 29 ปี ชาวสัญชาติอินเดีย เมื่อสอบถามทราบว่า ลักลอบเข้ามาประเทศไทยด้วยการข้ามลำน้ำมาเช่นกัน เพื่อจะเดินทางไปกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงผลักดันกลับไปยังประเทศเมียนมา จากนั้นยังคงเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดนต่อไป