(คลิป) ขยะ พลาสติก ขยะที่กลืนกินทุกสิ่ง สถานีต่อไปคือ “โลก”

0
50

ปัญหาขยะ พลาสติก ในปัจจุบันเริ่มสัญญาณดีขึ้นบ้าง เมื่อประเทศไทยเริ่มมีแคมเปญรณรงค์งดการใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง อย่างร้านสะดวกซื้อชื่อดังที่รณรงค์ไม่รับถุงพลาสติก = ทำบุญ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือน ร้านสะดวกซื้อแบรนด์เดียวสามารถลดการใช้ถึงพลาสติกไปได้มากกว่า 10 ล้านใบแล้ว นอกจากนี้ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็มีแคมเปญไม่รับถุง ได้คะแนน เช่นกันแล้ว

ส่วนหน่วยงานของภาครัฐกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศยกเลิกถุงพลาสติกสำหรับใส่ยาของทุกหน่วยงานในสังกัดไปเมื่อ 1 ต.ค. 61 ซึ่งคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกในโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ ได้มากถึงปีละ 9 ล้านใบ

แต่ถึงอย่างนั้น พลาสติก ยังถือเป็นเครื่องใช้สำคัญของคนไทย แม้จะมีการออกแบบถุงพลาสติกให้บางขึ้น และย่อยสลายรวดเร็วขึ้นก็ตาม ก็ยังมีข้อจำกัด คือมันต้องถูกทิ้งอย่างถูกที่ คือในถังขยะเพื่อนำไปคัดแยก หากแต่ว่ามันถูกทิ้งเกลื่อนตามท้องถนน รวมไปถึงลงไปใน “น้ำ” ที่ทำให้ย่อยสลายได้ช้าลง และค่อยๆ คายสารก่อมะเร็งในไมโครพลาสติก แก่สัตว์น้ำต่างๆ อีกด้วย

อย่างข่าวเมื่อกลางปี 2561 มีวาฬนำร่องเพศผู้ตัวหนึ่งเกยตื้นบริเวณปากคลองนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ติดกับทะเลอ่าวไทยซึ่งมีอาการป่วยอย่างหนัก เจ้าหน้าที่คอยดูแลและพยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายวาฬตัวดังกล่าวได้สิ้นใจในที่สุด

สิ่งที่สร้างความสะเทือนใจ คือ จากการผ่าพิสูจน์ศพพบขยะพลาสติกในกระเพาะอาหารของวาฬตัวนี้มากถึง 80 ชิ้น น้ำหนักรวมกว่า 8 กิโลกรัม

โดยก่อนที่มันจะตาย ได้ขย้อนถุงพลาสติกออกมา 5 ชิ้น ซึ่งเป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้วาฬตัวนี้เสียชีวิต นอกเหนือจากภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ

ประเทศไทยติดอยู่ในอันดับ 6 ของประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุด โดยข้อมูลขององค์กรอนุรักษ์ท้องทะเลระบุว่า แต่ละปีมีขยะพลาสติกราว 8 ล้านตันถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทร ซึ่งเทียบเท่ากับรถบรรทุกขยะเต็มคันทิ้งลงทะเล ทุกวัน ทุกนาที 

ที่น่ากังวลคือ ขยะพลาสติกสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ปีละ 0.5 ล้านตัน ที่เหลือ 1.5 ล้านตัน ถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบและเผาทำลาย บางส่วนตกค้างในสิ่งแวดล้อม

ขยะมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกมาจากประเทศในเอเชีย ได้แก่ จีน, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย และเวียดนาม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นประเทศที่มีการผลิตและใช้ถุงพลาสติกมากที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน

ต่างจากในหลายประเทศที่มีข้อบังคับที่เข้มงวด คอยควบคุมและลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก

จากรายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติระบุว่า ในตอนนี้มี 75 ประเทศทั่วโลกที่ออกมาตรการลดใช้ ถุงพลาสติก

อาทิ การเก็บเงินค่าถุงพลาสติกเมื่อซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อหรือห้างสรรพสินค้า หรือการยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง จำพวกหลอดดูดน้ำ ช้อน ส้อมพลาสติก และที่คนกาแฟ

อย่างประเทศเคนยา ก็ประกาศใช้กฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกเต็มรูปแบบเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งกินความรวมถึงการห้ามจำหน่าย ผลิต หรือใช้ถุงพลาสติก หากฝ่าฝืนต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี หรือปรับเงินสูงสุด 38,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.2 ล้านบาท)

ส่วน เดนมาร์ก เป็นประเทศแรกที่ออกนโยบายเก็บภาษี ถุงพลาสติก เมื่อ พ.ศ.2536 โดยส่วนหนึ่งแบ่งเป็นกำไรให้กับร้านสะดวกซื้อ มาตรการดังกล่าวส่งผลให้การใช้ถุงพลาสติกในประเทศลดลงถึง 40% ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ที่เดนมาร์กยังมีเครื่องรับซื้อพลาสติก ที่เพียงแค่นำขวดพลาสติกรีไซเคิลใส่เข้าไป เครื่องก็จะตรวจสอบวัสดุและพิมพ์สลิปออกมา ซึ่งประชากรสามารถนำสลิปดังกล่าวไปใช้สำหรับซื้อสินค้าได้

แต่ในประเทศไทย ยังไม่มีมาตรการโดยรวมที่ชัดเจนจากภาครัฐเพื่อจัดการปัญหาขยะถุงพลาสติกมีเพียงแต่การรณรงค์ของผู้ประกอบการต่างๆ เท่านั้น

สิ่งสำคัญที่จะทำให้การลดใช้พลาสติกประสบความสำเร็จ นอกเหนือจากการเก็บภาษีถุงพลาสติก การรณรงค์ และโครงการให้ความรู้ต่างๆ แล้ว ก็คือ การกระตุ้นจิตสำนึกและเปลี่ยนความคิดของคนในสังคม

หากทุกคนตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกอย่างแท้จริง โดยเริ่มต้นปฏิวัติเปลี่ยนแปลงจากตัวเราเองก่อน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำ แต่มันยากที่จะเปลี่ยนความคิด ซึ่งหากมนุษย์กว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลก มีพลาสติกเป็นเครื่องใช้สำคัญแล้ว ก็ไม่ต้องรอถึงมหาภัยพิบัติ ที่จะมาทำให้โลกนี้อยู่ไม่ได้

เพราะพลาสติก กลืนชีวิตเราไปแล้ว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here